วิธีประเมินสินค้าที่ขายบน eBay แล้วได้กำไรสูง

วิธีประเมินสินค้าที่ขายบน eBay แล้วได้กำไรสูง

เผยแพร่เมื่อ 09. Feb, 2009 โดย ในหมวด กลยุทธ์การตลาด, ขายสินค้าอะไรดี?, ต้องอ่าน!

eBay มีสินค้าประกาศขายอยู่เป็นจำนวนมาก สินค้าบางกลุ่มเป็นสินค้าที่คนไทยขายแล้วขาดทุน เพราะต้นทุนค่าสินค้าสูงกว่าในต่างประเทศ หรือเพราะคนไทยขายตัดราคากันเองจนไม่เหลือกำไร แต่ก็มีสินค้าอีกหลายกลุ่มที่สามารถทำกำไรได้ ลองมาดูวิธีประเมินว่าสินค้ากลุ่มไหนขายได้กำไร ก่อนที่จะลงมือประกาศขายจริงกันครับ

สมการที่สำคัญที่สุดของการทำธุรกิจก็คือสมการกำไร

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน

สินค้าที่มีกำไรสูงก็คือสินค้าที่มีราคาขายสูงและมีต้นทุนต่ำ ถ้าเราสามารถหาสินค้าที่มีตัวเลขราคาขายและต้นทุนเป็นไปตามนี้ได้ นั่นก็คือโอกาสในการทำเงินบน eBay ครับ

แต่วิธีการหาราคาขายและต้นทุนของสินค้าสักชิ้นหนึ่งนั้นไม่ง่าย เพราะราคาขายของสินค้าชิ้นเดียวกันก็แตกต่างกัน เนื่องจาก eBay เป็นระบบประมูลที่ราคาขายจะขึ้นอยู่กับผู้ประมูลคนสุดท้าย ส่วนต้นทุนนี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะการทำธุรกิจ eBay นั้นมีต้นทุนยิบย่อยหลายจุด ต้นทุนแต่ละแบบต่างก็มีวิธีคิดที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าเราค่อยๆ คิดอย่างละเอียดรอบคอบ ก็สามารถคำนวณหากำไรของสินค้าแต่ละชิ้นได้ไม่ยากครับ

(หมายเหตุ ในบทความนี้ผมจะไม่นำเรื่องค่าส่งสินค้ามาคิดรวมด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้การหากำไรจากค่าส่งนั้นทำได้ยากขึ้น เพราะ eBay มีระบบ Detailed Seller Ratings แล้ว)

ราคาขาย

ตัวแปรตัวแรกที่จะต้องหาให้ได้ก่อนก็คือราคาขาย วิธีการหาราคาขายของสินค้าที่คุณไม่เคยขายมาก่อนนั้นทำได้ 2 วิธีครับ

วิธีแรกคือการทำวิจัยด้วยตัวเอง โดยเข้าไปใน eBay เพื่อค้นหาสินค้าที่คุณต้องการหาราคาขาย จากนั้นให้ Watch สินค้าเหล่านั้นไว้ ยิ่ง Watch เยอะเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะข้อมูลที่ได้จะเป็นราคาขายเฉลี่ยจริงๆ ไม่ใช่การสุ่มเลือกสินค้ามาเพียงหนึ่งชิ้นแล้วนำราคาขายของสินค้าชิ้นนั้นมาใช้เลย เพราะถ้าสินค้าชิ้นนั้นมีราคาขายสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากๆ ตัวเลขกำไรที่คำนวณออกมาตอนสุดท้ายก็จะผิดเพี้ยนไปเลย

หลังจากที่ Watch สินค้าไว้มากพอสมควรแล้ว พอสินค้าเหล่านั้นจบประมูล ก็ให้รวบรวมราคาปิดของสินค้าทุกชิ้นมารวมกันเพื่อหาค่าเฉลี่ย สินค้าชิ้นไหนขายไม่ได้ก็ไม่ต้องนำมาเฉลี่ยรวมด้วย คุณก็จะได้ราคาขายเฉลี่ยของสินค้าเพื่อนำมาคำนวณหากำไรต่อไป

วิธีแรกนี้เป็นงานที่ค่อนข้างเหนื่อย แต่ถ้าอยากสบาย ผมแนะนำให้ใช้วิธีที่สอง นั่นก็คือใช้บริการข้อมูลตลาดอย่าง Terapeak (อ่านบทความแนะนำการใช้งาน Terapeak) ซึ่งมีตัวเลขราคาขายเฉลี่ย (Avg. Price) มาให้เลย

ข้อมูลจาก Terapeak

ข้อมูลจาก Terapeak

หลังจากที่ได้ข้อมูลราคาขายเฉลี่ยแล้ว ก็ให้บันทึกเก็บไว้ก่อนครับ เพราะขั้นตอนต่อไปคือต้นทุนซึ่งมีความซับซ้อนและรายละเอียดเยอะ

ต้นทุน

ต้นทุนในการทำธุรกิจ eBay มีอยู่หลายส่วนได้แก่ Listing Fee, Final Value Fee, PayPal Fee, Withdrawal Fee, ต้นทุนสินค้า และค่าโสหุ้ยทั่วไป

ต้นทุนทั้งหมดจะต้องถูกคำนวณให้อยู่ภายใต้เกณฑ์เดียวกันคือ “ต้นทุนต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น” ต้นทุนอย่าง Withdrawal Fee หรือค่าธรรมเนียมการถอนเงินจาก PayPal มาเป็นเงินบาท ซึ่งปกติคิดจากการสะสมยอดรายได้ของการขายสินค้าหลายๆ ชิ้นรวมกัน ก็จะต้องคิดแยกเป็นต้นทุนของสินค้าหนึ่งชิ้น หรือค่าโสหุ้ยทั่วไปอย่างเช่นค่าจ้างพนักงานถ่ายรูปสินค้า ก็จะต้องเฉลี่ยออกมาเป็นต้นทุนต่อสินค้าหนึ่งชิ้นด้วยเช่นกัน

ในที่นี้ผมจะไม่พูดถึงค่าโสหุ้ย เนื่องจากเป็นเรื่องของผู้ขายแต่ละคน ดังนั้นสมการต้นทุนของผมคือ

ต้นทุน = Listing Fee + Final Value Fee + PayPal Fee + Withdrawal Fee + ต้นทุนสินค้า

Listing Fee

Listing Fee ประกอบด้วย Insertion Fee (ค่านำสินค้าไปแสดงบน eBay) และ Upgrade Fee (ค่าตกแต่งประกาศสินค้าให้ดูสะดุดตา) ต้นทุนนี้จะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การตั้งราคาเปิดประมูลและวิธีการดึงดูดลูกค้าที่คุณเลือกใช้

ต้นทุนที่คำนวณได้นี้คือต้นทุนต่อการลิสต์สินค้าหนึ่งชิ้น แต่ยังไม่ใช่ต้นทุนต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น

ถ้าคุณลิสต์สินค้า 10 ชิ้น มีต้นทุน Listing Fee ชิ้นละ $0.55 และสามารถขายสินค้าได้ทั้ง 10 ชิ้น แปลว่าคุณมีต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นอยู่ที่ $0.55

แต่ถ้าคุณลิสต์สินค้า 10 ชิ้น มีต้นทุน Listing Fee ชิ้นละ $0.55 แต่สามารถขายสินค้าได้เพียง 5 ชิ้น คุณจะมีต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นอยู่ที่ $0.55 x (10 / 5) = $1.10

ตัวเลขการลิสต์สินค้า 10 ชิ้น แต่ขายได้จริง 5 ชิ้น มีชื่อเรียกว่า Conversion Rate หรือ Success Rate หรือใน Terapeak เรียกว่า Sell-Through ตัวเลขนี้มีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขยอดขายเฉลี่ยเลย ผู้ขายบางคนเข้าใจว่าใช้แค่ Listing Fee ก็พอ แต่ความจริงแล้วต้องเอา Conversion Rate มาคิดร่วมด้วย

ถ้าลิสต์สินค้า 10 ชิ้น ขายได้ทั้ง 10 ชิ้น Conversion Rate เท่ากับ 100%

ถ้าลิสต์สินค้า 10 ชิ้น ขายได้ 5 ชิ้น Conversion Rate เท่ากับ 50%

ถ้าลิสต์สินค้า 100 ชิ้น ขายได้ 33 ชิ้น Conversion Rate เท่ากับ 33%

ถ้ามี Listing Fee $0.55 แต่มี Conversion Rate 33% ต้นทุนค่า Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นจะเท่ากับ $0.55 x (1 / 0.33) = $1.67

ดังนั้นสมการของ Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นคือ

Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น = (Insertion Fee ต่อหนึ่งลิสต์ + Upgrade Fee ต่อหนึ่งลิสต์) x (1 / Conversion Rate)

Final Value Fee

ค่า Final Value Fee หรือค่าธรรมเนียมจากราคาสุดท้าย เป็นค่าธรรมเีนียมที่ eBay จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาขายสินค้า โดยเริ่มต้นที่ 8.75% สำหรับราคาขายที่ไม่เกิน $25

ตารางค่าธรรมเนียม Final Value Fee

ตารางค่าธรรมเนียม Final Value Fee

PayPal Fee

ค่าธรรมเนียมการรับเงินผ่าน PayPal สำหรับผู้ค้าชาวไทยจะเริ่มต้นที่ 3.9% + $0.30 แต่ถ้ายอดขายต่อเดือนเพิ่มมากขึ้นจนถึงอัตราที่กำหนด PayPal จะลดส่วน 3.9% ซึ่งเป็นต้นทุนผันแปรลง แต่ส่วน $0.30 ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ (ค่าตัดบัตรเครดิต) จะไม่เปลี่ยน

ค่าธรรมเนียม PayPal

ค่าธรรมเนียม PayPal

Withdrawal Fee

ค่าถอนเงินจาก PayPal กลับมาเป็นเงินบาทนั้นมีอัตราที่ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับยอดเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ในที่นี้ผมจะใช้ที่ 2.5% ของราคาขายสินค้า (อ่านรายละเอียดได้ที่ ถอนเงินจาก PayPal อย่างไรให้ได้เงินมากที่สุด)

ตัวอย่างการคำนวณหากำไร

สมมุติว่าคุณกำัลังคิดจะขายพลอย โดยที่คุณมีต้นทุนค่าพลอยอยู่ที่เม็ดละ $20 หลังจากที่ใช้ Terapeak ทำให้รู้ว่าราคาขายเฉลี่ยของพลอยที่คุณจะขายอยู่ที่เม็ดละ $25 และมี Sell-Through 60% ถามว่าคุณควรจะขายพลอยใน eBay หรือไม่?

จากสมการ กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน ในที่นี้คุณมีตัวเลขราคาขายเฉลี่ยอยู่แล้ว ที่ต้องคำนวณเพิ่มก็คือต้นทุนต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น

เริ่มจากคำนวณต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น ถ้าคุณลงประกาศขายด้วยราคาประมูลเริ่มต้นที่ $0.99 และไม่ใช้ Listing Upgrade เลย คุณจะเสียค่า Listing Fee $0.55 ต่อหนึ่งลิสต์ คำนวณต้นทุน Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้นเท่ากับ $0.92

Listing Fee ต่อสินค้าที่ขายได้หนึ่งชิ้น = (Insertion Fee ต่อหนึ่งลิสต์ + Upgrade Fee ต่อหนึ่งลิสต์) x (1 / Conversion Rate)
= $0.55 x (1 / 60%)
= $0.55 x 1.67
= $0.92

ค่า Final Value Fee ในกรณีที่ขายสินค้าได้ราคา $25 = $25 x 8.75% = $2.19

ค่า PayPal Fee = ($25 x 3.9%) + $0.30 = $1.28

ค่า Withdrawal Fee = $25 x 2.5% = $0.63

รวมต้นทุนทั้งหมด

ต้นทุน = Listing Fee + Final Value Fee + PayPal Fee + Withdrawal Fee + ต้นทุนสินค้า
= $0.92 + $2.19 + $1.28 + $0.63 + $20
= $25.02

คำนวณกำไรออกมาได้เท่ากับ

กำไร = ราคาขาย – ต้นทุน
= $25 – $25.02
= -$0.02

จะเห็นได้ว่าผลออกมาคือขาดทุน ทั้งที่ดูเผินๆ แล้วจะเห็นว่าส่วนต่างของราคาขาย ($25) กับต้นทุนสินค้า ($20) มีช่องว่างอยู่พอสมควร แต่พอคำนวณต้นทุนทั้งหมดรวมเข้าไปกลับกลายเป็นขาดทุนไปเลย

ถ้าคุณจะขายพลอยเม็ดนี้ให้ได้กำไร ก็ต้องหาทางลดต้นทุนค่าพลอยให้ต่ำกว่า $20 หรือไม่ก็ต้องมีกลยุทธ์ที่จะทำให้มีคนเข้ามาประมูลกันเยอะๆ เพื่อให้ราคาขายสูงขึ้นกว่า $25.02 ครับ

แท็ก: , , , , ,

47 Comments

scodex

05. Mar, 2009

บทความดีๆ เดี๋ยวกลับมาอ่านนะครับ

cbdog

08. Mar, 2009

ขอบคุณ สำหรับเรื่องราวดีๆ… : )

oliver

12. Mar, 2009

good สำหรับมือใหม่อันนี้ดีมากละเอียด

zybilian

13. Mar, 2009

ดีมากๆขอบคุณคับ

mittapartp

14. Mar, 2009

ขอบคุณมาก ๆครับ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึง

ไม่ใช่คิดแค่ว่าอะไรขายได้ก้อขายไป

สุดท้ายขาดทุนย่อยยับ

Hotz Mv

14. Mar, 2009

เด่วหาสินค้าได้เมื่อไรจะยืมไปใช้ ขอบคุณครับ

้hatori

25. Apr, 2009

ให้ความรู้กับผู้ที่คิดจะทำการค้าออนไลน์ได้ดีค่ะ ขอบคุณค่ะ

Beerza

01. May, 2009

ดีมากๆ คับ

punyanooch

10. May, 2009

ดีมากค่ะ อยากขายบ้าง

yannop007

13. May, 2009

สมกับเป็นเดชคัมภีร์ อีเบย์ จริงๆ ครับ

jambo

18. May, 2009

ขอบคุณนะคะ ที่ให้ข้อมูลความรู้

aon

20. May, 2009

ขอบคุณมากค่ะ ^^

eBay Noob

28. May, 2009

ขอบคุณครับ มือใหม่อย่างผมตาสว่างเลย

มาร์คอัพจากต้นทุนขึ้นไป 25% ก็โหดเอาเรื่องเหมือนกันนะ ทำให้เราต้องตั้งราคาขายแพงเลยจิ

งี้ลูกค้าจะซื้อไหวหรอ T_T

It's me

28. May, 2009

ละเอียดดี เหมาะกับมือใหม่มากๆค่ะ ขอบคุณนะคะ

4M

06. Jun, 2009

รู้ไหม…..ใครเขียน เก่งจัง…..

PoN

10. Jul, 2009

บทความดีมากครับ สนับสนุน

nario

13. Jul, 2009

บทความดีมากๆๆๆครับ
ขอบคุณครับ

nut

17. Jul, 2009

ok เลยครับ

อารยา

27. Jul, 2009

สนใจมากเพราะต้องการมีรายได้มากขึ้น แต่ไม่ต้องการมีค่าใช้จ่ายในการเช่าร้าน

step4

27. Jul, 2009

ขอบคุณครับ เป็นข้อมูลที่ดีมาก

มือใหม่

30. Jul, 2009

ช่วยผู้รู้ตอบหน่อยครับคือผมมือใหม่เพิ่งลงขายในebayเป็นครั้งแรก สินค้าของผมเป็นโทรศัพท์มือถือ(กีอปปี้ )แต่ผมไม่ได้แจ้งไว้นะครับว่าก๊อปปี้ ลงเวลาประมูลเจ็ดวัน แล้วมีคนมาเสนอราคาแล้วด้วย แต่ผ่านไปสองวัน(ผมซื้อของมาเตรียมจะส่งของอยู่แล้ว)อยู่ๆทางเว๊ปก็ตัดรายการสินค้าของผมออกเป็นอย่างนี้มาสองรอบแล้ว กลุ้มมากๆเลยสินค้าก็ซื้อมาแล้ว ผมจะต้องทำยังไงครับ มีวิธีเลี่ยงยังไงได้บ้าง ที่ผมจะเสนอขายสินค้าผมจนครบกำหนดเวลา ผมรบกวนผู้รู้ทุกๆท่านด้วยนะครับ เนื่องจากผมเป็นมือใหม่จิงๆแล้วตอนนี้ก็มืดแปดด้านแล้วครับ ตอบผมทางmail หรือที่นี้ก็ได้ครับ ผมว่าต้องมีอีกหลายๆคนต้องเจอเหตุการณ์แบบผม ขอบคุณมากๆครับ(e-mail oat1221@hotmail.com)

jommann

06. Aug, 2009

ขอบคุณมากครับ ตอนนี้ผมกำลังจะลองทำธุรกิจผ่าน e-bay ดูบ้าง ครับ ไม่รู้่วาจะสายเกินไปป่าวครับ

ืnanzaa

18. Aug, 2009

thx for ya good info ^^

Daniel

03. Sep, 2009

ขอบคุณมากๆๆๆๆ ครับสำหรับข้อมูลที่มีประโยชย์ สำหรับผู้ที่จะเริ่มต้น ใน Ebay ซึ่งเป็นพื้นฐานที่หลายคนมองข้ามในหลายๆจุด
หวังว่าจะมีบทความดีๆ มาให้ความรู้อีกนะครับ
ขอบคุณอีกครั้งครบ

add

09. Sep, 2009

ได้ประโยชน์มากๆขอบคุณ

Nisss

15. Sep, 2009

ขายไรดีน้อ ไปรับมาถูกๆ … กุ้มๆ

Wittaya Areepuk

26. Sep, 2009

Thank You very much. Is a light for me

REEF

05. Oct, 2009

ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดีๆ

Sexy Mother

08. Oct, 2009

ขอบคุณค่ะ เพิ่มความรู้มากมายเลย

bangkok holiday

30. Oct, 2009

ดีมากเลยครับ กระจ่างแท้

Lingping_Chiangmai

31. Oct, 2009

ผมชอบมากสำหรับข้อมูลดีดีแบบนี้เป็นประโยชน์มากครับ

narong

06. Nov, 2009

ทำการตลาดสินค้าเกษตรบนเวปอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จครับ หรือว่าทำได้อย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ(เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์)

น้ำหอม

25. Nov, 2009

ดีมากค่ะ

par

21. Dec, 2009

ว่าง ๆ อยู่กำลังคิดจะขายของ บน ebay ข้อความนี้ช่วยได้เรียนรุ้ได้เยอะเลยค่ะ ก่อนตัดสินใจ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

yoyoyai

24. Dec, 2009

ขอบคุณมากครับสำหรับบทความดีๆ มีประโยชน์ ขอร่วมวงสนับสนุนต่อไปครับ

เกมส์ pc

18. Jan, 2010

ขอบคุณมากครับ ^^

Ms.pp

14. Feb, 2010

ได้ความรู้มากเลยค่ะ

เก่ง

25. Feb, 2010

บทความนี้ดีมากครับ..ผมกำลังอยากศึกษาเรื่องนี้อยู่เลยครับ…มีไรดีๆรบกวนลงอีกนะครับ..

J_mam

25. Mar, 2010

ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

kittipong

06. May, 2010

สวัสดีครับ คุณ อภิศิลป์ ผมชื่อกิตติพงษ์ครับ เป็นผู้ดูเเลProject Zenter เป็นโปรเจคใหญ่ที่จะรวมศูนย์การค้าสู่โลกออนไลน์โดยใช้นวัฒกรรมเเละเทคโนโลยีที่จะส้รางความสะดวกให้ผู้ซื้อเเละผู้ขาย โดยเราสนใจในความเชี่ยวชาญทางด้านการตลาดออนไลน์ของคุณอภิศิลป์เป็นอย่างมาก เเละเป็นเกียรติ์เป็นอย่างยิ่งถ้าคุณอภิศิลป์จะรับโครงการนี้เอาไว้พิจราณา สามารถติดต่อผมได้ตลอดน่ะครับ

best regard
kittipong 0891055184
mail u-skin@hotmail.com

SEO

03. Jun, 2010

ข้อมูลแน่นมาก ๆ ครับ ผมกำลังศึกษาอยู่ T_T

lek

07. Jun, 2010

ดีมากๆครับ

ati

28. Jun, 2010

Thxxxxxxxxxxxxxxxx

BEBOYZO

10. Jul, 2010

Final Value Fee เป็นอะไรที่โหดมากเลยนะครับ

ozinepank

12. Jul, 2010

อยากได้ข้อมูลแบบนี้มานานแล้วครับ…ขอบคุณมากๆที่แชร์ความรู้ดีๆครับ

ภัณฑิรา

10. Aug, 2010

กำลังว่างงานอยู่คิดจะขายของผ่านe-bay อยู่ค่ะต้องเริ่มต้นอย่างไรแล้วขายอะไรดีค่ะ

Narong

12. Aug, 2010

ธุรกิจ ebay ความเสี่ยงมากไหมครับ

Leave a reply