|
|
อยู่ในหมวด (อีเบย์อัพเดท) เขียนโดย MacroArt เมื่อ February-2-2008
จากข่าวการเกษียณของ Meg Whitman ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ของ eBay มายาวนานถึงสิบปี และการเข้ามาของ CEO คนใหม่คือ John Donahoe ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของยักษ์ใหญ่ในวงการอีคอมเมิร์ซระดับโลก นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมและนโยบายที่ส่งผลต่อทั้งผู้ขายและผู้ซื้อสินค้าบน eBay แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลมาถึงคนไทยที่ใช้บริการ eBay ด้วย หลายคนคงจะรู้รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงแล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่เราคงต้องมาวิเคราะห์กันอย่างละเอียดครับว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง และจะต้องปรับตัวเพื่อรับมืออย่างไร ค่าธรรมเนียมพื้นฐานการปรับค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 สินค้าที่ลงประกาศหลังเที่ยงคืนตามเวลาบนเว็บไซต์ eBay จะต้องใช้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ ค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้า (Insertion Fee) แบบประมูล (Auction) มีการเปลี่ยนแปลงลดลงในทุกระดับดังรูป
ค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้าแบบราคาตายตัว (Fixed Price) มีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกับแบบประมูล ต่างกันตรงที่ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับสินค้าที่ประกาศขายที่ราคาต่ำกว่า $1.00 เพราะ eBay จะไม่ให้ตั้งราคาตายตัวต่ำกว่า $1.00 แล้ว
ค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้าในร้านค้า (Store) มีการเปลี่ยนแปลงลดลง โดยตั้งราคาขายต่ำกว่า $1.00 ไม่ได้เช่นกัน
ส่วนค่าธรรมเนียมจากราคาปิด (Final Value Fee) สำหรับสินค้าแบบประมูลและแบบราคาตายตัว มีการปรับเพิ่มขึ้นสูงมากสำหรับขั้นแรกคือ $0.01 - $25.00 โดยเพิ่มจาก 5.25% เป็น 8.75% ส่วนขั้นที่สอง $25.01 - $1,000.00 ปรับเพิ่มเพียงนิดเดียวจาก 3.25% เป็น 3.50% และขั้นที่สามไม่มีการปรับ
ค่าธรรมเนียมจากราคาปิดสำหรับสินค้าในร้านค้ามีการปรับเพิ่มขึ้นสำหรับสองขั้นแรก ($0.01 - $25.00 และ $25.01 - $100.00) และปรับลดลงสำหรับสองขั้นหลัง ($100.01 - $1,000.00 และ $1,000.01 ขึ้นไป)
ค่าธรรมเนียมฟีเจอร์มีการปรับลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับรูปภาพลง ที่น่าสนใจก็คือ Gallery ที่แต่ก่อนจะต้องเสีย $0.35 แต่ต่อไปจะให้ใช้ฟรี
ค่ากำหนดราคาขายขั้นต่ำ (Reserve) ถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก $1.00 เป็น $2.00 สำหรับสินค้าที่กำหนดราคาขายขั้นต่ำในช่วง $0.01 - $49.99 และที่สำคัญก็คือแต่ก่อน eBay จะคืนเงินค่าธรรมเนียมนี้ให้ถ้าสินค้าขายได้ แต่ต่อไปจะไม่คืนเงินให้แล้ว
ส่วนพวกฟีเจอร์พิเศษราคาสูงๆ ที่ช่วยให้ประกาศสินค้าโดดเด่นเป็นพิเศษก็มีการปรับราคาให้สะท้อนกับราคาเปิดประมูลหรือราคาขั้นต่ำ จากเดิมที่กำหนดค่าธรรมเนียมอัตราเดียวสำหรับทุกระดับราคา ก็เปลี่ยนเป็นแปรผันตามราคาสินค้า
การเปลี่ยนแปลงการแสดงผลลัพธ์การค้นหาสินค้าปัจจุบันนี้ eBay มีระบบเก็บคะแนนฟีดแบ็กของผู้ขายที่ละเอียดกว่ายุคก่อน นั่นก็คือนอกจากจะใช้ Positive Feedback แล้ว ผู้ซื้อยังสามารถระบุความพึงพอใจที่มีต่อผู้ขาย (Detailed Seller Ratings - DSR) ได้ด้วย โดยแยกออกมาเป็นสี่เรื่องได้แก่ สินค้าตรงตามที่ระบุในประกาศ การติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยดี ระยะเวลาในการส่งสินค้าน่าพอใจ และค่าบรรจุและจัดส่งสินค้าไม่สูงเกินไป แต่ละเรื่องมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 5 ดาว นอกจากนี้ eBay ยังมีระบบ Best Match ที่ช่วยให้ผู้ซื้อค้นหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด ระบบที่ว่านี้จะส่งผลต่ออันดับของการแสดงประกาศสินค้า ประกาศที่มีคะแนน Best Match สูงก็จะปรากฎอยู่ในอันดับบนๆ ในเวลาที่ผู้ซื้อค้นหาสินค้า อัลกอริธึมที่ใช้คำนวณอันดับจะนำปัจจัยหลายอย่างมาคิดร่วมกัน ปัจจัยหนึ่งก็คือคะแนนความพึงพอใจ DSR นั่นเอง ในตอนนี้ eBay ได้ใช้ Best Match เป็น default เวลาที่ผู้ซื้อค้นหาสินค้าในบางกลุ่มไปแล้ว และจะปรับใช้ในทุกกลุ่มในเดือนมีนาคมนี้ โดยที่คะแนน DSR จะส่งผลต่ออันดับใน Best Match ดังนี้
เพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับ PowerSellerจากเดิมที่ PowerSeller จะต้องมียอดขายไม่ต่ำกว่าเดือนละ $1,000 หรือมีการขายสินค้าไม่ต่ำกว่า 100 รายการ แต่ในเดือนกรกฎาคมนี้จะมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นอีก นั่นก็คือ PowerSeller จะต้องมีคะแนน DSR ทุกประเภทตั้งแต่ 4.5 ขึ้นไปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่เป็น PowerSeller จะได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่างดังนี้
การเปลี่ยนแปลงระบบฟีดแบ็กมีการปรับกติกาของระบบฟีดแบ็กโดยมีรายละเอียดดังนี้
วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จะทำให้สภาวะการซื้อขายบน eBay ถูกปรับเปลี่ยน ช่องโหว่เดิมๆ ที่เคยมีก็ถูกปิดลง ผมจะขอวิเคราะห์ไปทีละเรื่องดังนี้ครับ ปริมาณสินค้าให้เลือกซื้อจะเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากค่าธรรมเนียมการลงประกาศสินค้าที่ถูกลง รวมถึงค่าธรรมเนียม Gallery ที่ถูกยกเลิกไป ทำให้ผู้ขายหน้าใหม่อยากเข้ามาทดลองใช้ eBay กันมากขึ้น จากแต่ก่อนที่จะลงประกาศขายสินค้าหนึ่งชิ้น ผู้ขายส่วนใหญ่จะเสียค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ $0.55 (Insertion Fee $0.20 + Gallery Fee $0.35) ต่อไปค่าธรรมเนียมเริ่มต้นจะเหลือเพียง $0.15 เท่านั้น เรียกได้ว่าเม็ดเงินที่แต่ก่อนใช้ลงประกาศได้แค่หนึ่งรายการ ในอนาคตจะสามารถใช้ลงประกาศได้เกือบสี่รายการ เกมซื้อขายฟีดแบ็กจะลดลง จากการยกเลิกไม่ให้ลงประกาศสินค้าแบบราคาตายตัวและแบบร้านค้าที่มีราคาสินค้าต่ำกว่า $1.00 ทำให้ก่อนหน้านี้สามารถซื้อฟีดแบ็กในราคา $0.01 กันได้ทันที ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจะต้องรอเจ็ดวันถึงจะได้ฟีดแบ็ก สินค้าราคาถูกจะมีกำไรลดลง จากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมราคาปิดที่ขั้นแรกสูงถึง 8.75% แถมยังถูกกดหัวจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและต้องจ่ายจริงของค่าธรรมเนียมการกำหนดราคาขั้นต่ำ สมมุติว่าแต่ก่อนนี้เคยตั้งราคาเปิดประมูลไว้ที่ $0.99 และตั้งราคาขั้นต่ำไว้ที่ $25.00 ถ้าขายสินค้าชิ้นนี้ได้จะเสียค่าธรรมเนียมเพียง $1.86 (Insertion Fee $0.20 + Gallery Fee $0.35 + Final Value Fee $1.31) หรือประมาณ 7.44% ของราคาขาย แต่ในอนาคตค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นเป็น $4.34 (Insertion Fee $0.15 + Reserve Fee $2.00 + Final Value Fee $2.19) หรือประมาณ 17.36% ของราคาขาย ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเกือบ 10% เลย ปริมาณผู้ซื้อจะเพิ่มขึ้น แน่นอนว่า eBay คงไม่ขึ้นค่าธรรมเนียมโดยที่ผู้ขายไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้น สิ่งที่ผู้ขายจะได้ก็คือปริมาณผู้ซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยดันราคาปิดประมูลให้สูงขึ้นด้วย สาเหตุที่ปริมาณผู้ซื้อเพิ่มขึ้นเกิดจากปริมาณสินค้าที่มีให้เลือกมากขึ้น รวมถึงการที่ผู้ขายจะลดการกำหนดราคาขั้นต่ำลง ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องเซ็งเพราะเสนอราคาไปเท่าไหร่ก็ยังไม่ถึงขั้นต่ำซักที บรรยากาศการซื้อสินค้าที่ดีขึ้นทำให้เกิดการบอกต่อในกลุ่มผู้ซื้อ การกินกำไรจากค่าส่งสินค้าจะลดลง เนื่องจากคะแนน DSR มีผลต่อ Best Match การตั้งราคาค่าส่งสินค้าสูงๆ เพื่อทดแทนสินค้าราคาต่ำจะเป็นวิธีที่ไม่น่าใช้เหมือนแต่ก่อน เพราะอาจส่งผลให้ DSR ลดลงจนกระทบต่ออันดับการแสดงประกาศสินค้า นอกจากนี้ eBay ยังได้รับผลพลอยได้คือสามารถเก็บค่าธรรมเนียมจากราคาปิดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นด้วย ผู้ขายรายเล็กแข่งกับรายใหญ่ลำบากขึ้น เพราะรายใหญ่ที่เป็น PowerSeller จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมจากราคาปิดทำให้ได้เปรียบด้านต้นทุนที่ต่ำกว่า ส่วนลดนี้เป็นเสมือน entry barrier ให้กับ PowerSeller ที่ช่วยป้องกันไม่ให้คู่แข่งรายใหม่เข้ามาได้ง่ายๆ และยังช่วยลดความเสียหายในกรณีที่เกิดสงครามราคาขึ้นในตลาด จากการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น คงจะทำให้ผู้ขายหลายคนรู้สึกว่า eBay ไม่น่าสนใจแล้วเพราะค่าธรรมเนียมแพงเหลือเกิน แต่ถ้าเกิดปรากฎการณ์ผู้ขายเลิกออกไปหลายคน ผู้ขายที่ยังอยู่ต่อก็จะมีความสุขมากขึ้นเพราะคู่แข่งน้อยลงและได้กำไรสูงขึ้น จากที่ผมสังเกตมาตั้งแต่ยุคที่ eBay เป็นเหมืองทองคำจนมาถึงยุคซบเซา คนส่วนใหญ่ที่เลิกออกไปมักจะเป็นกลุ่มนักหาเงินทางเน็ตที่หวังรวยเร็วแบบสบายๆ ส่วนคนที่ยังทำธุรกิจอยู่คือกลุ่มที่มีสินค้าอยู่ในมือจริงๆ อาจจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ขายสินค้าในโลกจริงอยู่แล้ว ที่มีต้นทุนค่าสินค้าต่ำกว่าคนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนี้เชื่อว่าคงจะส่งผลดีในระยะยาวต่อผู้ที่ทำธุรกิจบน eBay อย่างจริงจัง
วิเคราะห์เจาะลึก การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมและนโยบายของ eBay ส่งผลกระทบอะไรบ้าง? « MacroArt Online Busine on February 2nd, 2008 at 0:56 น. #
[...] จาก Thai eBay Bible เดชคัมภีร์อีเบย์ [...]
hot on February 5th, 2008 at 9:40 น. #
ดีครับ.สะดวกดี.
patawee on February 11th, 2008 at 11:19 น. #
ดีครับ.
9od on February 13th, 2008 at 14:16 น. #
มือใหม่อาจจะขายได้กล้าลงสินค้าเพราะค่าแปะถูกลง
nokkeaw on February 18th, 2008 at 12:51 น. #
ขอบคุณมากเลยค่ะ บทความนี้เยี่ยมจริง ๆ ตอนนี้ซื้อหนังสือคุณอ่านด้วยน่ะ
นิทรรศการ on February 27th, 2008 at 12:12 น. #
โห เปลี่ยนเยอะเลยนะเนี่ย ร่วมแสดงความคิดเห็น
|