|
|
อยู่ในหมวด (ติดอาวุธ) เขียนโดย MacroArt เมื่อ May-11-2007
สารบัญ
ขั้นที่ 1 - การใช้งาน Search Toolbar เมื่อคุณต้องการค้นหาข้อมูลของสินค้าใดก็ตาม ให้เริ่มต้นด้วยการใส่ชื่อสินค้านั้นๆ (ชื่อที่ปรากฎอยู่ใน Title ของสินค้า) ลงในช่อง A เช่น ถ้าคุณต้องการค้นหาสินค้าที่มีคำว่า thai ก็ให้ระบุลงในช่องนี้ว่า thai คุณสามารถเจาะจงหมวดสินค้า (Category) ที่ต้องการให้ค้นหาโดยเฉพาะได้ที่ช่อง B เช่น Jewelry & Watches โปรแกรมก็จะค้นหาเฉพาะสินค้าที่มีคำว่า thai และอยู่ในหมวด Jewelry & Watches
ช่อง C คือจำนวนวันที่คุณต้องการให้ค้นหาสินค้านั้นๆ สามารถระบุได้ทั้งแบบ 1 วัน 7 วัน และ 30 วัน เช่น ถ้าระบุ 7 Days จะหมายถึงให้ค้นหาสินค้าย้อนหลังไป 7 วัน เพื่อดูว่าในช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับสินค้าบ้าง (วันที่ล่าสุดที่สามารถเลือกได้จะล่าช้ากว่าวันปัจจุบันประมาณ 5 - 7 วัน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ต้องเก็บข้อมูลและประมวลผล)
คุณสามารถเลือกได้ว่าจะค้นหาสินค้าจากเว็บไซต์ eBay ในประเทศใดที่ช่อง E ซึ่งเหมาะสำหรับในกรณีที่คุณต้องการขายสินค้าในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจาก eBay.com และสุดท้ายคือการเลือกประเภทของข้อมูลที่คุณต้องการที่ตัวเลือก F ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ 3 แบบคือ Closed Listings, Seller ID หรือ Categories Closed Listings คือการค้นหาข้อมูลสินค้าที่ปิดประมูลไปแล้ว Seller ID คือการค้นหาข้อมูลโดยระบุชื่อของผู้ขายคนนั้น เพื่อดูว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้ขายได้ใช้กลยุทธ์การขายอย่างไรบ้าง คุณสามารถค้นหาได้ทั้งข้อมูลของคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งข้อมูลของตัวคุณเอง Category คือการค้นว่าสินค้าที่คุณกำลังค้นหาอยู่ในหมวดสินค้าใดบ้าง ซึ่งคุณสามารถดูแนวโน้มของหมวดสินค้านั้นย้อนหลังได้ 2 ปี เมื่อระบุเงื่อนไขการค้นหาครบตามที่ต้องการแล้ว ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาดังรูปครับ ขั้นที่ 2 - ค้นให้ละเอียดเพื่อผลลัพธ์ที่ถูกต้อง การระบุเงื่อนไขการค้นในขั้นที่ 1 อาจจะยังไม่เฉพาะเจาะจงมากพอ ในบางครั้งคุณอาจจะต้องการค้นหาสินค้าที่อยู่ในหมวดสินค้าย่อยของ Jewelry & Watches อีกที หรืออาจจะต้องการค้นเฉพาะสินค้าที่มีราคาปิดประมูลอยู่ในช่วงที่ต้องการ หรือต้องการค้นหาสินค้าที่มีคำว่า thai แต่ไม่มีคำว่า gold คุณก็สามารถใช้เทคนิคการค้นเพิ่มเติมได้ดังนี้ ค้นในหมวดสินค้าย่อย จากตัวอย่างการค้นสินค้าที่มีคำว่า thai และอยู่ในหมวด Jewelry & Watches คุณจะพบรายชื่อหมวดสินค้าย่อยทางคอลัมน์ด้านซ้ายมือ เช่น Loose Beads ซึ่งมีสินค้าที่มีคำว่า thai อยู่ 1,737 รายการ หรือ Necklaces & Pendants มีสินค้าอยู่ 246 รายการ คุณสามารถคลิกเข้าไปดูในหมวดย่อยได้ เช่น ถ้าคลิกหมวดสินค้า Loose Beads ก็จะพบหมวดสินค้า Metals และ Stone
การค้นหาโดยระบุหมวดสินค้าย่อยให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความละเอียดของผลลัพธ์ให้สูงขึ้น คุณจะได้รับข้อมูลของสินค้าที่ตรงกับที่คุณต้องการจริงๆ การใช้ Filter คอลัมน์ด้านซ้ายมือ บริเวณใต้รายชื่อหมวดสินค้าย่อย คุณจะพบ Filter ที่ใช้กำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์ที่คุณต้องการได้ละเอียดมากขึ้น Price Ranges คือช่วงราคาปิดของสินค้า ซึ่งโปรแกรมจะแบ่งช่วงและบอกจำนวนสินค้าที่มีราคาปิดอยู่ในช่วงนั้นๆ มาให้ นอกจากนี้คุณยังสามารถระบุช่วงราคาปิดและราคาเปิดประมูลตามที่ต้องการได้
Listing Durations คือจำนวนวันที่เปิดประมูลสินค้า สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 1 วัน 3 วัน 5 วัน 7 วัน และ 10 วัน
Listing Types คือประเภทของการขายสินค้า มีตัวเลือกคือ Bid Auctions เป็นการขายแบบประมูล Multiple Item ขายแบบมีสินค้าหลายชิ้น Fixed Price ขายแบบตั้งราคาตายตัว Store ขายจากหน้าร้านค้าของผู้ขาย Second Chance ขายสินค้าชนิดเดียวกันให้ผู้ซื้อที่ไม่ชนะประมูล และ Live Auction ขายแบบประมูลในเวลาจริง
Listing Promotion คือฟีเจอร์เสริมที่ผู้ขายเลือกใช้เพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อมองเห็นสินค้าและคลิกเข้ามาดูรายละเอียดของสินค้าเพิ่มากขึ้น
Time of Day คือช่วงเวลาที่สินค้าถูกลิสต์ขึ้นไปบนเว็บไซต์
Seller ID คือชื่อของผู้ขาย
การใส่ Filter จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการมากขึ้น เช่น ถ้าสินค้าของคุณมีราคาแพง คุณอาจจะเลือก Price Ranges ในช่วง $28.00 - $499.99 เพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าที่มีราคาถูกกว่านี้ การตัดคีย์เวิร์ดออกจากผลลัพธ์ เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง โดยการระบุว่าต้องการคีย์เวิร์ดใด และไม่ต้องการคีย์เวิร์ดใด สำหรับคีย์เวิร์ดที่ไม่ต้องการให้ถูกค้นหา ให้ใส่เครื่องหมายลบ (-) หน้าคีย์เวิร์ดคำนั้น เช่น “sweater -used” หมายถึง เสื้อ sweater ที่ไม่มีคำว่า used
ร่วมแสดงความคิดเห็น
|